เสื้อกรีน ของขวัญพิเศษ สำหรับวันปีใหม่

ทุก ๆ ปี ในช่วงเวลาใกล้ปีใหม่แบบนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนยังคิดหาของขวัญวันปีใหม่ให้คนพิเศษไม่ได้แน่ ๆ เลย ผมคนนึงแหละที่ปวดหัวกับเรื่องนี้ทุกปี แต่เดี๋ยวก่อนครับ เคยสงสัยกันหรือเปล่าครับว่าแล้ววันปีใหม่มันมาจากไหน ทำไมเราถึงต้องให้ของขวัญกันด้วย แล้วทำไม อะไร ยังไง พอครับพอ เดี๋ยววันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องวันปีใหม่ และการให้ของขวัญให้ฟังครับ

เสื้อกรีน ของขวัญพิเศษ สำหรับวันปีใหม่

ใครเป็นคนคิดค้นวันปีใหม่

วันปีใหม่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก และมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย รวมถึงเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม แต่ความว่าวันปีใหม่นั้นจะเริ่มตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรกเมื่อชาวบาบิโลเนียที่มีการคิดค้นและใช้งานปฏิทิน โดยยึดตามวงโคจรของของดวงจันทร์เป็นหลัก ซึ่งในการนับนั้น ก็ยึดตามการนับเลขของชาวบาบิโลน (เรื่องนี้น่าจะยาวเอาไว้ผมจะกลับมาเล่าให้ฟังนะครับ) โดยหลักๆ ก็จะแบ่งเดือนออกเป็น 12 เดือน และเมื่อครบ 12 เดือน ก็จะนับว่าเป็น 1 ปี แต่ตอนนั้นยังไม่มีการแบ่งวันออกเป็น 365 วันนะครับ ทำให้เกิดปัญหาเพราะวงโคจรของดวงจันทร์จะมะระยะทางที่ไม่สม่ำเสมอ และมีการเพิ่มขึ้นของวัน เพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างการนับปีตามปฏิทิน กับปีตามฤดูกาล ชาวบาบิโลนจึงได้เพิ่มเดือนเข้าไปอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือนทุก 4 ปี

ต่อมาชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวเซมิติก ได้นำปฏิทินของชาวบาบิโลน มาดัดแปลงแก้ไขอีกหลายคราวเพื่อให้ตรงกับฤดูกาลมากยิ่งขึ้นจนถึงสมัยของกษัตริย์จูเลียส ซีซาร์ ได้นำความคิดของนักดาราศาสตร์ชาวอะเลกซานเดรียที่มีชื่อว่า เฮมดัล มาปรับปรุง โดยกำหนดให้ปีหนึ่งมี 365 วัน ในทุก ๆ 4 ปี ให้เติมเดือนที่มี 28 วัน เพิ่มขึ้นอีก 1 วัน เป็น 29 วัน คือเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า ปีอธิกสุรทิน จนทำให้ 1 ปี มี 365-366 วัน และทุกๆ 4 ปีเดือนกุมภาพันธุ์จะมีวันเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วัน

เมื่อเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันในทุก ๆ 4 ปี แต่วันในปฏิทินก็ยังไม่ค่อยตรงกับฤดูกาลนัก คือเวลาในปฏิทินยาวกว่าปีตามฤดูกาล เป็นเหตุให้ฤดูกาลมาถึงก่อนวันในปฏิทิน เช่น ในวันที่ 21 มีนาคมตามปีปฏิทินของทุกปี จะเป็นช่วงที่มีเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากัน คือเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงทิศตะวันออก และลับลงตรงทิศตะวันตกพอดี เรียกว่า วสันตวิษุวัต แต่ในปี ค.ศ. 1582 (ตรงกับ พ.ศ. 2125) วสันตวิษุวัตกลับไปเกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 21 มีนาคม ดังนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 จึงปรับปรุงแก้ไขโดยหักวันออกไป 10 วันจากปีปฏิทิน และให้วันหลังจากวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1582 แทนที่จะเป็นวันที่ 5 ตุลาคม ก็ให้เปลี่ยนเป็นวันที่ 15 ตุลาคมแทน (เฉพาะปีดังกล่าว) ปฏิทินแบบใหม่นี้จึงเรียกว่า ปฏิทินเกรโกเรียน จากนั้นได้ปรับปรุงประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเริ่มต้นของปีเป็นต้นมา

ทีนี้มาดูวันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทย กันบ้างครับได้ถูกปรับเปลี่ยนมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ตามปฏิทินการเปลี่ยนแปลงนักษัตร และเดือนตามจันทรคติ ได้แก่

เดิมมีให้ใช้วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย

วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์

1 เมษายน พ.ศ. 2432

1 มกราคม พ.ศ. 2484

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) นิยมใช้วันขึ้นปีใหม่ในช่วงวันสงกรานต์ ดังนั้นจึงมีชาวไทยส่วนหนึ่งที่ยังยึดถือวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยอยู่จนถึงปัจจุบัน

เทศกาลวันปีใหม่ได้จัดเป็นวันเฉลิมฉลองในรูปแบบงานรื่นเริงครั้งแรกในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2477 เรียกว่าวันตรุษสงกรานต์ เหตุผลที่ราชการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็น 1 มกราคม ตามหลักสากล เพื่อยกเลิกการนับปีใหม่ของลัทธิพราหมณ์กับพระพุทธศาสนา โดยใช้วันขึ้นปีใหม่ตามหลักสากลทั่วโลกไม่ให้ขัดต่อหลักพระพุทธศาสนาด้านการนับวัน รวมถึงการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทยครับ

แล้วทำไมเราจึงนิยมให้ของขวัญในวันปีใหม่ ?

ที่มาของการให้ของขวัญ

เมื่อทราบถึงที่มาคร่าวๆ ของวันขึ้นปีใหม่กันแล้ว ทีนี้เรามาดูที่มาของการให้ของขวัญกันบ้าง จากที่ผมพยายามศึกษาหาข้อมูลมา ก็ยังไม่อาจสรุปได้ว่า ครั้งแรกของโลก การให้ของขวัญเกิดขึ้นช่วงไหน(ใครรู้ช่วยอีเมล์มาบอกผมด้วยนะครับ) แต่ตามประวัติศาตร์มันก็มีบันทึกความเป็นมาเกิดขึ้น เมื่อย้อนกลับไป สมัยมนุษย์ยุคก่อนที่จะมีศาสนา มีหลักฐานจากกรขุดค้น และภาพเขียนจากผนังถ้ำ ทำให้มีการสันนิฐานว่าชาวเผ่า Cavemen เป็นมนุษย์กลุ่มแรก ๆ ที่มีการให้ของขวัญกัน เพื่อแสดงความรัก และความขอบคุณซึ่งกันและกัน ว้าว มนุษย์เรานี่โรแมนติกมาตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยนะนี่ นอกจากนี้การให้สิ่งของอาจจะมีในกรณีที่ผู้นำเผ่ามอบของขวัญเพื่อยกย่องใครบางคนขึ้น โดยจะเป็นของที่ระลึก พวกฟันสัตว์ เปลือกไม้ หรือหิน ที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งสามารถสวมใส่เป็นสร้อยคอหรือเครื่องประดับได้ และอีกส่วนหนึ่ง

ต่อมาการให้ของขวัญ ก็อิงกับประวัติศาสตร์ของชาวคริสต์ด้วย เมื่อครั้นพระเยซูประสูติ มีเหล่าโหราจารย์ เดินทางมามอบของขวัญเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติ โดยมอบเป็น ทองคำ กำยาน และมดยอบ ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นธรรมเนียม ประเพณี เกิดเป็นการให้ของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และพัฒนาไปสู่การรมอบของขวัญในสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ เรื่อยมา ปรับตามยุคสมัย จนถึงปัจจุบันครับ

ทำไมถึงนิยมให้ของขวัญในช่วงเทศกาล

แน่นอนว่า ช่วงเทศกาล คือวันสำคัญที่ปีหนึ่งอาจจะมีเพียงครั้งเดียว อย่างเช่น เทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษสุด ที่ทุกคน ไม่ว่าจะครอบครัว เพื่อน แฟน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ก็มักจะมอบของขวัญปีใหม่ให้กัน และเป็นโอกาสที่ดี ที่จะแสดงคำอวยพร ผ่านของขวัญ ไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ ของขวัญก็จะถูกเขียนคำอวยพร แทนใจ แทนความคิดถึง แทนความห่วงใย ลงบนการ์ดสวยๆ สามารถเก็บไว้เป็นความทรงจำในแต่ละปีได้

แล้วของขวัญปีใหม่มีนี้ให้อะไรกับคนพิเศษดี

            หลายคนที่ยังนึกไม่ออกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่กับคนพิเศษดี ผมขอแนะนำไอเดียเก๋ ๆ มาฝากครับ นั่นคือการหาเสื้อสกรีนดี ๆ สวย ๆ มาเป็นของขวัญปีใหม่ครับ มันอาจจะเป็นของขวัญที่น่าสนใจก็ได้นะครับ

ผมว่าหลายคนก็คนแปลกใจ ว่าทำไมการให้เสื้อถึงน่าสนใจการการให้ของขวัญชิ้นอื่น ผมจะบอกข้อพิเศษของการให้เสื้อสกรีนให้ฟังครับ

  • แสดงถึงความใส่ใจ รู้ใจของผู้ให้ คำนึงถึงผู้รับเป็นอย่างดี เพราะสื่อถึงว่า ผู้รับต้องเป็นคนพิเศษระดับหนึ่ง ที่เราจะใส่ใจจนรู้สไตล์ ไซส์ หรือสีโปรดของพวกเขา
  • เสื้อที่มีตัวเดียวในโลก แน่นอนครับ ยิ่งเป็นลวดลายที่เราออกแบบเองด้วยแล้ว มันจะยิ่งเป็นขวัญชิ้นเดียวในโลกแน่นอน
  • ผู้ให้รู้ดีเมื่อผู้รับสวมใส่ เสื้อยืดสามารถส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ที่เราอยากบอกได้ เชื่อไหมครับ แค่เค้าใส่มันเดินเที่ยวกับเรา หรือใส่มันถ่ายรูปในวันสำคัญ ๆ หัวใจเราก็จะพองโตเลยหล่ะ
  • ราคาไม่สูงจนเกินไปนัก ในยุคสมัยนี้การให้ของขวัญราคาแพงอาจจะดูเป็นการฟุ่มเฟือยจนเกินไป เหล่าฮิปสเตอร์เองก็คิดเช่นนั้น การให้เสื้อสกรีนสวย ๆ เรียบง่าย อาจจะเป็นที่ถูกอกถูกในเหล่าฮิปสเตอร์กันเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับไอเดียเริ่มต้นในการหาของขวัญปีใหม่สุดเก๋ให้กับคนพิเศษของเรา ถ้าใครสนใจ อยากที่จะได้เสื้อยืดสุดพิเศษ ที่มีตัวเดียวในโลก ก็สามารถติดต่อมาที่ Rusty ได้เลยนะครับ เรายินดีให้คำปรึกษา และมีไอเดียเก๋ ๆ รอทุกท่านอยู่ครับ

ขอบคุณครับ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ